แอปเปิลจ่อร่วมวงตลาดเงินคริปโต

บริษัทแอปเปิล อิงค์ มีแนวโน้มที่จะนำเสนอกลไกการซื้อและขายสกุลเงินคริปโต ซึ่งจะเปิดทางให้แอปเปิลเข้ามาชิงส่วนแบ่งตลาดเงินคริปโตเคอเรนซี โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งซึ่งรวมถึงเทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐ หันมาใช้สกุลเงินคริปโตในการทำธุรกรรมทางการเงิน

jumbo jili

รายงานของอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เก็ตส์ ระบุว่า จากการประเมินอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ระดับโลกและระบบนิเวศน์ด้านความปลอดภัยพบว่า แอปเปิลมีแนวโน้มที่จะจัดการกับปัญหาที่บริษัทหลายแห่งกำลังเผชิญเกี่ยวกับการซื้อสินทรัพย์ในรูปสกุลเงินคริปโตให้สอดคล้องกับกฎหมายและกฎระเบียบที่ว่าด้วยการนำเสนอระบบปิดเพื่อป้องกันการทุจริต รวมทั้งการปรับปรุงความปลอดภัยด้านสินทรัพย์ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าแอปเปิลมีการเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อและผู้ขายอย่างสม่ำเสมอ

อาร์บีซียังระบุด้วยว่า หากแอปเปิลมีความตั้งใจที่จะรุกตลาดสกุลเงินคริปโต ก็อาจจะทำให้สหรัฐก้าวขึ้นเป็นผู้นำของโลกในด้านสินทรัพย์สกุลเงินคริปโต และอาจเป็นการลดโอกาสที่รัฐบาลจะสั่งปิดอุตสาหกรรมประเภทนี้

“หากสหรัฐครอบครองสินทรัพย์สกุลเงินคริปโตส่วนใหญ่ของโลก (เช่นบิตคอยน์ หรือสกุลเงินคริปโตอื่นๆ) ก็ไม่มีเหตุผลที่สหรัฐจะแบนสกุลเงินคริปโต” อาร์บีซีระบุ

สล็อต

รายงานดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่สกุลเงินคริปโตกำลังได้รับความสนใจจากบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทเทสลาของนายอีลอน มัสก์ ที่ประกาศซื้อบิตคอยน์จำนวน 1.5 พันล้านดอลลาร์ และบริษัทพร้อมรับบิตคอยน์จากลูกค้าสำหรับการซื้อรถยนต์

โดยล่าสุด เทสลา ได้ส่งหนังสือแจ้งต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) หรือก.ล.ต.สหรัฐว่า ทางบริษัทได้เข้าซื้อบิทคอยน์คิดเป็นมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 4.5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการกระจายการลงทุน และเพื่อให้เงินสดของบริษัทสร้างผลตอบแทนสูงสุด”

นอกจากนี้ เทสลายังเปิดเผยว่า บริษัทจะเริ่มต้นรับบิตคอยน์จากลูกค้าสำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทด้วย

สล็อตออนไลน์

นางมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวว่า “เทคโนโลยี “บล็อกเชน” (Blockchain) คือ โครงสร้างพื้นฐานใหม่สำหรับการดำเนินธุรกิจทั้งแบบรวมศูนย์ (Centralized) และ ไร้ศูนย์กลาง (Decentralized) ด้วยคุณสมบัติของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ช่วยลดต้นทุนการประกอบการ สามารถลดค่าดำเนินการในการการทำธุรกรรมลง ให้ความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลขั้นสูงสุด เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถส่งข้อมูลได้อย่างปลอดภัยจากการแก้ไขหรือโจรกรรม ให้ความโปร่งใส สามารถติดตามตรวจสอบการดำเนินการได้ทุกขั้นตอน และ ไร้พรมแดน สามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าจะอยู่พื้นที่ใดในโลก

นอกจากนี้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการเงิน เพิ่มขีดความ สามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆSCB 10X เล็งเห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนจะเป็นตัวเชื่อมระหว่างการให้บริการทางการเงินในปัจจุบัน (Centralized Finance) และการให้บริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance) ในอนาคต ”

jumboslot

“สำหรับงบลงทุน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ Venture Capital Fund ในครั้งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อการลงทุนในกิจการที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีบล็อกเชน การบริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance – DeFi) และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) โดยเฉพาะ เราจะลงทุนในสตาร์ทอัพระยะเริ่มต้นถึงระยะเติบโตทั่วโลกในบริษัทที่มีบล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐาน รวมไปถึงสตาร์ทอัพผู้พัฒนาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับนวัตกรรมบล็อกเชน และการบริการทางการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Finance – DeFi) เพื่อเตรียมพร้อมให้ธนาคารสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต” นางมุขยา กล่าวเสริม

slot

เกี่ยวกับSCB 10X บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด เป็นบริษัทโฮลดิ้งคอมพานี ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ก่อตั้งเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2563 ภายใต้ภารกิจ “Moonshot Mission” มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนที่สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Venture Capital, Venture Builder และ Strategic Investment and Partnership นอกจากนี้SCB 10X ยังทำหน้าที่ดูแลบริษัทด้านเทคโนโลยีที่อยู่ในกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด บริษัท มันนิกซ์ จำกัด และบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด รวมถึงบริษัทด้านเทคโนโลยีที่จะจัดตั้งหรือลงทุนในอนาคต รายละเอียดเพิ่มเติม www.scb10x.com หรือ ติดต่อ contact@scb10x.com