Satang Pro

Satang ย้ำการเป็นผู้นำด้านการให้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ปล่อย “Satang Pro” (สตางค์โปร) แอปพลิเคชั่นเทรดคริปโตเคอร์เรนซี่ บนสมาร์ทโฟนระบบ iOS เพิ่มความสะดวกให้นักเทรดไม่พลาดโอกาสทุกราคาเหรียญที่เปลี่ยนแปลง ด้วยความรวดเร็วและเสถียรของระบบในการฝากถอนเหรียญ อยู่ที่ไหนก็เทรดได้แค่ปลายนิ้ว

jumbo jili

ปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง และกรรมการ บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการให้บริการเว็บเทรดคริปโตเคอร์เรนซี่ คือระบบที่ตอบสนองความต้องการของนักเทรดที่เสถียรและฉับไว ซึ่งจะทำให้นักเทรดไม่พลาดโอกาสในการทำกำไร เนื่องจากธรรมชาติราคาของคริปโตเคอร์เรนซี่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว รวมไปถึงต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการบริหารมาตรฐานความปลอดภัยของระบบ”

Satang Pro เป็นเว็บเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารจัดการความปลอดภัยระดับโลก ISO 27001 และมาตรฐานบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลให้ปลอดภัย ISO/IEC 27701: 2019 ให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยค่าธรรมเนียมเพียง 0.2% ของมูลค่าการเทรด รวมไปถึงนักเทรดจะได้รับโบนัส 25% จากค่าธรรมเนียมมูลค่าการเทรดจากการแนะนำนักเทรดให้มาเปิดบัญชีกับSatang Pro

สล็อต

“การออกแอป Satang Pro บนระบบ iOS นี้ เป็นหนึ่งในแผนธุรกิจของ Satang เพื่อเพิ่มช่องทางการเทรดที่สะดวกมากขึ้นแก่นักลงทุน ในปีที่ผ่านมา เราได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่นบนระบบAndroid รวมทั้งเปิดตัวระบบ API พอร์ทัล เป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการของ Binance (ไบแนนซ์) ผู้ให้บริการเว็บเทรดอันดับ 1 ของโลก สามารถฝากและถอนเงินบาทได้โดยตรงไปยังบัญชี Binance รวมทั้ง ลูกค้าของ Satang ก็สามารถใช้งานบัญชี Binance เพื่อช่วยจัดการความเสี่ยงในการโอนสินทรัพย์กับตลาดทั่วโลก” ปรมินทร์ กล่าวเสริม

สล็อตออนไลน์

“สำหรับราคาบิตคอยน์ที่ร้อนแรงอยู่ขณะนี้ นักเทรดจะต้องระมัดระวัง ควรเทรดแบบมองข้อมูลเชิงพื้นฐานและศึกษาข้อมูลเชิงลึกด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยง และจะซื้อขายให้ปลอดภัยต้องผ่านเว็บเทรดที่ ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต เท่านั้น” ปรมินทร์ สรุป

นักเทรดทุกคนสามารถโหลดแอปพลิเคชั่น Satang Pro มาเทรดกันแบบไม่พลาดโอกาสแล้วได้ที่ App Storeพร้อมทั้งรอพบกับแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ใช้งานบนระบบ iOS โดยติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้เร็วๆนี้ที่

https://www.facebook.com/satangcorp

jumboslot

ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยีระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาที่กำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ ทั้งการสั่งแบนเทคโนโลยีของจีนจากสหรัฐ และการที่จีนชิงเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลก่อนสหรัฐฯ ที่บ่งบอกได้ชัดว่าเป้าหมายสูงสุดของจีนก็คือก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางการเงินของโลก ต้องการแทนที่เงินดอลลาร์ด้วยเงินหยวนดิจิทัล กำลังบอกอะไรเรา

วิสัยทัศน์ทางสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ของทั้งสองประเทศนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขณะที่สหรัฐฯต้องการปกป้องเงินดอลลาร์สหรัฐให้คงความเป็นสกุลเงินสำรองทั่วโลก และยังไม่มีความชัดเจนเรื่อง CBDC จีนต้องการส่งออกรูปแบบเศรษฐกิจของตนเองไปทั่วโลกและควบคุมระบบการเงินภายในบ้านให้เข้มงวดขึ้นผ่านทางเงินหยวนดิจิทัล

ในเดือนสิงหาคมจีนได้ประกาศทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัลในศูนย์กลางเมือง 4 แห่ง ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง กวางโจว และฮ่องกงซึ่งเป็นพื้นที่ทดสอบที่มีประชากร 400 ล้านคนหรือประมาณ 29% ของประชากรทั้งประเทศ ในช่วงเวลาเดียวกันธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกาในบอสตันได้ประกาศว่าจะร่วมมือกับนักวิจัยจาก Massachusetts Institute of Technology ในความพยายาม เพื่อสร้างและทดสอบสกุลเงินดิจิทัลสมมุติที่มุ่งเน้นไปที่การใช้งานของธนาคารกลาง

slot

เดอะ ไฟแนลเชี่ยลไทม์ให้ความเห็นว่า ความรวดเร็วในการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลของจีนทำให้เกิดความกังวลถึงการท้าทายโดยตรงต่ออำนาจของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินกลางของโลก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้เครือข่ายบริการชำระเงินข้ามพรมแดนของคู่แข่งที่ดำเนินการโดยตะวันตกเช่น SWITF ซึ่งสหรัฐฯใช้เป็นเครื่องมือบังคับในมาตรการคว่ำบาตร

และนี่คือการแข่งขันทางไซเบอร์สเปซครั้งใหญ่ของโลกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Big Data และ IoTs ซึ่งมีบล็อกเชนเป็นกุญแจสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิด New Financial Order สร้างการควบคุมระบบและการกำกับดูแลที่จะมีอำนาจต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของโลกใหม่

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่า การเกิดขึ้นของหยวนดิจิทัลอาจจะยังไม่ส่งผลให้จีนเป็นผู้นำทางการเงินของโลกในเร็ววัน มาตรการ COVID 19 ทำให้เกิดความปกติใหม่ในหลาย ๆ เรื่อง เกิดการชะงักงันของโลกาภิวัฒน์ การพึ่งพาซึ่งกันและกันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ลดลง รวมไปถึงการค้าขายระหว่างประเทศ ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนเป็นการผลิตและซื้อสินค้าจากภายในประเทศหรือกลุ่มประเทศใกล้เคียง ทั้งจากประเด็นด้านการผลิตและการขนส่งให้ทันเวลา รวมไปถึงในพฤติกรรมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ และจากมุมมองของการใช้พลังงานของโลกโดยเปล่าประโยชน์กับการบริโภคสินค้าข้ามทวีป ดังนั้นแทนที่จะเป็นสกุลเงินใหม่ของโลกวิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้มากกว่าคือการเพิ่มขึ้นและการขยายตัวของสกุลเงินดิจิทัลท้องถิ่นในโลกที่กระจายอำนาจมากขึ้น